Category Archives: จ.บทความ

ราคาพลอยบุษราคัม วันนี้

ราคาพลอยบุษ

ปัจจุบันนี้  ราคาพลอยขยับตัวขึ้นไปสูงลิ่ว เรียกได้ว่า หาเงินซื้อแทบไม่ทัน กันเลยทีเดียว ประดุจว่าทองคำ

แม้จะมีราคาถูกอยู่บ้างแต่ คุณภาพก็ต่ำตามราคา ครับ

ท่านทั้งหลาย อาจเคยเจอแต่พลอยราคาไม่ค่อยแพง นั่นอาจเป็นเพราะ เรายังไปไม่ถูกที่

#พลอยบุษราคัมที่จันทบุรี ราคาตอนนี้ ***เกรด if ไฟดี สีดี นี่ปาเข้าไป ราคาเกินกะรัตกว่าพันบาทอาจถึง2-3พัน

ส่วนเกรด vvs สวยๆ ราคาเสมอกะรัต แต่ถ้าไฟและสีพิเศษขึ้นไป ก็เกินกะรัตเหมือนกัน

เกรด vs ลดลงมาครึ่งนึงของ if

หมายความว่า if สะอาดๆ ไฟดี สีดี ราคา เกินกะรัตอยู่ประมาณ 20-40% เช่น ไซซ์ 5 กะรัตก็เท่ากับ5000+2000= 7000/k

นี่ขนาดว่าพลอยยังมีเยอะนะ ถ้าพลอยหายากๆ รับรองไปเกินหลายช่วงตัวแน่ ครับ

vvs เกรดนี้ มีตำหนิเท่าขนแมว ก็น่าเล่น เพราะไฟและสีอาจดีกว่าเกรดสะอาด(if) เมื่อได้ราคาที่เหมาะสมห่างจาก if 40% นี่จับได้เลย

เกรด vs นี้ระวัง ซื้อผิดราคานะครับ เพราะเป็นพลอยไม่ค่อยแพง ราคาต่ำกว่า if เป็นครึ่งแน่นอน และต่ำกว่า vvs ราว60%ขึ้นไป

 

 

 

 

กำเนิดของพลอยธรรมชาติ

ธรรมชาติเป็นผู้สร้างพลอย ขึ้นมาในโลก มนุษย์เป็นผู้สร้างเสริมเร่งเวลา ไม่ต้องรอให้ภูเขาไฟระเบิดอีก เพราะภูเขาไฟเป็นแหล่งกำเนิดของอัญมณี แล้วถูกเสริมสร้าง ปรุ่งแต่ง โดยฝีมือมนุษย์ ด้วยเทคนิค ที่ล้ำสมัย และยังจะคงพัฒนาต่อไป อย่างไม่รู้จบสิ้น เราเรียกการเร่งเวลาว่า การเผาพลอย เครื่องมือเผาพลอย เรียกว่าเตา เตามีหน้าที่เผาและเร่งความร้อน โดยใช้ถ่านไม้โกงกาง สำหรับเผาพลอยเนื้ออ่อนเช่น พลอยเพทาย ใช้ถ่านหินริกไนท์(เตาถ่านหิน) เผาพลอยเนื้อแข็งประเภทพลอยน้ำเงิน เช่นพลอยออสเตรีย จีน เวียดนาม อัฟริกา ใช้น้ำมันและแก๊ส เป็นเชื้อเพลิง (เตาน้ำมัน เตาแก๊ส) เผาพลอยประเภทเดียวกับเตาถ่านหิน ใช้ไฟฟ้า (เตาไฟฟ้า)เผาพลอยได้ทุกประเภท ทั้งเนื้ออ่อน เนื้อแข็ง ทั้งพลอยแดง น้ำเงิน เหลือง ขาว ดำ พลอยทุกชนิด มาจบที่เตาไฟฟ้า อยู่ที่ใครจะมีเทคนิค อย่างไร (ไม่มีใครบอกใคร) ในการเผาพลอยแต่ละชนิด จุดจบของคนเผาพลอย = รวยทุกคนครับ จะบอกให้อิอิ

กลับไปหน้าหลัก กด…หน้าแรก

ไปหน้าแรก/ เครื่องประดับ เพชร พลอย กด..จิวเวลรี่

 

แร่รัตนชาติ
แร่รัตนชาติเป็น “อโลหะ” ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้มาก   โดยเฉพาะเพชรพลอยที่แปรรูปเป็นอัญมณีแล้ว
สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกาได้ให้  ความหมายของรัตนชาติหรืออัญมณีว่า”เป็นแร่และหรือสารประกอบอินทรีย์ที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับ”    มีสมบัติสำคัญคือ1. ความสวยงาม 2.ความคงทน 3.ความหายาก 4.ความนิยม และ 5. ความสามารถในการพกพา  ส่วนสารประกอบที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและจัดเป็นรัตนชาติ ได้แก่ 1.ไข่มุก 2.ปะการัง 3.อำพัน นอกจากนี้สถาบันดังกล่าว  ยังแบ่ง อัญมณีออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.เพชร 2.พลอยหรือหินสี
บ่อพลอยที่เป็นแหล่งผลิตรัตนชาติที่สำคัญและเก่าแก่ของไทยอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี  ตราด และกาญจนบุรี  ส่วนเพชรพบปนอยู่ในลานแร่ดีบุกที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา แต่ปริมาณน้อยและคุณภาพต่ำมาก  แร่รัตนชาติ ที่มีชื่อเสียงของไทย ได้แก่ ทับทิมสยาม  ไพลินหรือแซปไฟร์สีน้ำเงิน บุษราคัม
ทับทิมสยามและไพลินเป็นพลอยในตระกูลแร่ คอรันดัม มีส่วนประกอบหลักเป็น อะลูมิเนียมออกไซด์  โดย มี Al ร้อยละ52.9 และ O ร้อยละ 47.1 โดยมวล   การที่พลอยตระกูลคอรันดัมมีสีแตกต่างกันเนื่องจากมีธาตุอื่นเป็นมลทิน เช่น
–       ถ้ามี Cr จะทำให้เนื้อพลอยมีสีชมพูจนถึงสีแดงเข้ม ซึ่งเรียกว่า “ทับทิม”
ถ้ามี Fe จะทำให้พลอยมีสีเขียวอ่อน สีเหลือง หรือสีน้ำตาล
ถ้ามีทั้ง Fe และ Ti ปนด้วยกัน จะทำให้พลอยมีสีน้ำเงินอ่อนถึงสีน้ำเงินเข้ม เรียก “ไพลิน”
ถ้ามีแร่รูไทล์ ปนอยู่ จะทำให้พลอยมีลายเส้นเหลือบๆ หรือ รูปดาว เรียกว่า “พลอยสาแหรกหรือพลอยสตาร์”
การตรวจสอบเพชรและพลอยเพื่อจำแนกชนิดหรือเพื่อพิสูจน์ว่า เป็นของแท้หรือเทียม จะใช้เครื่องมือและวิธีการเฉพาะ เพื่อตรวจสอบสมบัติที่ปรากฏ เช่น ความแข็ง  ความถ่วงจำเพาะ รูปลักษณะของผลึกที่เกิดตามธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งเป็นสมบัติเฉพาะของรัตนชาติแต่ละชนิด
แร่รัตนชาติแต่ละชนิดมีความแข็งหรือความทนทานต่อการขูดขีดได้ไม่เท่ากัน นักธรณีวิทยาชาวเยอรมัน ชื่อ เฟดริก  โมส์   ได้จัดระดับความแข็งของแร่ตั้งแต่อ่อนที่สุดจนถึงแข็งที่สุดไว้ 10 ระดับ โดยเพชร เป็นแร่ที่มีความแข็งที่สุด  และ โดยทั่วไปแร่รัตนชาติจะมีความแข็งสูงกว่า 6
เพชรเป็นอัญมณีที่มีความแข็งที่สุด ประกอบด้วยผลึกของธาตุคาร์บอน มีโครงสร้างเป็นร่างตาข่าย ไม่นำไฟฟ้า แต่นำความร้อนได้ดีที่สุด และดีกว่าทองแดง 5 เท่า จึงถูกนำไปใช้ทำส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันสามารถสังเคราะห์เพชรได้ โดยอัดแกรไฟต์ภายใต้ความดัน 50,000-100,000 บรรยากาศ ที่อุณหภูมิ 2000 oC โดยมีโครเมียม เหล็ก หรือแพลทินัมเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เพชรที่ได้จะมีความแข็ง ความถ่วงจำเพาะ ค่าดัชนีหักเหแสง และโครงสร้างผลึกเหมือนกับเพชรธรรมชาติ แต่การผลิตเพชรจะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก
ส่วน ทับทิม ไพลิน และบุษราคัม มีระดับความแข็ง ความถ่วงจำเพาะ และค่าดัชนีหักเหแสงเท่ากัน จึงจัดเป็นแร่ชนิดเดียวกัน แต่มีสีแตกต่างกันเนื่องจากมีธาตุมลทินในเนื้อพลอยแตกต่างกัน
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยให้มีการเพิ่มคุณภาพของแร่ได้หลายวิธี เช่นการเจียระไน การเผา การอาบรังสี การย้อมเคลือบสี และการฉายแสงเลเซอร์ วิธีการเหล่านี้ช่วยให้อัญมณีมีความงดงามและมีคุณค่ามากขึ้น
การเจียระไน เป็นเทคนิคที่ทำให้อัญมณีมีความแวววาวเป็นประกายและมีสีสันเด่นชัดขึ้น โดยใช้เครื่องมือทำให้เป็นเหลี่ยม เพื่อให้แสงหักเหสะท้อนกลับไปมาภายในผลึกและสะท้อนออกด้านหน้า

 

รูป 1 การเจียระไนเพชรพลอยแบบต่างๆ

การเผาพลอยหรือการหุงพลอย เป็นเทคนิคที่ช่วยให้พลอยมีสีสันสวยงาม โดยใช้ความร้อนและอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้ธาตุต่างๆ ในเนื้อพลอยจัดเรียงตัวใหม่ ทำให้พลอยใสขึ้นและมีสีเปลี่ยนไปอย่างถาวรดังแสดงในตารางที่ 1

 

การเผาพลอย
การเผาพลอยหรือการหุงพลอย คือ การทำให้พลอยมีสีสันสวยงามยิ่งขึ้น โดยการนำพลอยมาให้ความร้อนในช่วงอุณหภูมิและภาวะที่เหมาะสม จนธาตุต่างๆในเนื้อพลอยใสขึ้นและมีสีเปลี่ยนไปถาวร  เช่น

ชนิดของพลอย    สีเดิมตามธรรมชาติ    สีที่เปลี่ยนแปลงหลังการให้ความร้อน
-ทับทิม
-แซปไฟร์สีน้ำเงิน(ไพลิน)
-แซปไฟร์สีขาว
-เพทาย
-โทแปซ

-ควอตซ์ (แอเมทิสต์)    แดงอมม่วง แดงอมน้ำตาล ชมพูอมม่วง
น้ำเงิน
ขาวใส ขาวขุ่นน้ำนม หรือขาวอมเหลือง
น้ำตาล สีชา
ขาวใส

ม่วง    แดงสดหรือชมพูสด
น้ำเงินเข้มขึ้นหรือน้ำเงินสว่างขึ้น
น้ำเงิน เขียว เหลือง หรือเหลืองน้ำทอง
ใสไม่มีสี เหลืองน้ำทอง น้ำเงิน
น้ำเงิน (ก่อนเผาจะอาบรังสีนิวตรอนให้ได้สีเหลือง น้ำตาล หรือเขียว)
ใสไม่มีสี เหลืองน้ำทอง เขียว

การย้อมเคลือบสี คือการเผาพลอยรวมกับสารเคมีบางชนิด ทำให้พลอยมีสีสันสวยงามขึ้น สารเคมีที่ใช้จะมีส่วนผสมของธาตุมลทินที่ทำให้พลอยชนิดนั้นเกิดสีตามธรรมชาติ แต่จะแตกต่างกับการเผาพลอยตรงที่ สีที่เกิดขึ้นสามารถอยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
การอาบรังสี คือการนำพลอยไปอาบรังสีแกมมาจากโคบอลต์-60 ทำให้สีเปลี่ยนแปลง

ที่มาของคำว่า”พลอย”

การถูกทำลายของโลก
เมื่อครั้งไดร์โนเสาร์ ถูกทำลาย “ทำให้เกิดอัญมณี” มากมาย
ทฤษฎีนี้มาจาก การวิจัย การเทียบเทียงกับการเผาพลอยนั่นเองครับ

พลอยสวยๆ ที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เดิมทีเดียวเป็นเพียงแร่ธาตุอัญมณี ยังไม่ใช่พลอยสวย ต่อเมื่อการเอาแร่ธาตุ บางชนิดมาผสมกันแล้ว เผาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยโดยใช้ความร้อนสูงๆ เลียนแบบธรรมชาติ เมื่อครั้งโลกถูกทำลาย เป็นบางแห่ง แห่งหนใดมีภูเขาไฟระเบิด ก็มักจะมีอัญมณีเกิดขึ้นตรงนั้น ดังเช่นประเทศอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศที่มีภูเขาไฟครุกรุ่นอยู่ อีกหลายร้อยหลายพันปี เมื่อภูเขาไฟสงบลง อาจมีอัญมณี ประเภทเพชร พลอยจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ อัญมณีนี้ จึงมีชื่อว่า พลอย คือเป็นผลพลอยได้ มาจากการแผดเผาของแม็กม่าร์ นั่นเอง

กลับไปหน้าแรกคลิ๊ก…Yellow Sapphire -Africa

ติดต่อเรา…https://www.facebook.com/สุทัศน์

ติดต่อเรา…https://www.facebook.com/พลอยขึ้นตัวเรือน

 

การทำโรงงานพลอย

ต้องมี 3 ดี  = ตาดี ตลาดดี ทุนดี

1 ตาดี คืออะไร ? คือ มีความรู้มีประสบการณ์ (ส่วนมากจะเคยเป็นลูกน้อง เป็นคนงานของเฒ่าแก่พลอยมาก่อนร้อยละ99ครับ)

ในเรื่องพลอยพลอย ได้แก่ *การคัดแยกพลอย *การโกลนพลอย *การแต่งพลอย *การเจียระไนพลอย *การเผาพลอย

*1.1 การคัดแยกพลอย มีการคัดหลายอย่าง 1 คัดพลอยก้อน 2 คัดพลอยสำเร็จ

1.1/0 การคัดพลอยก้อน คือนำพลอยที่จะคัดไปแช่น้ำกรดกัดแก้ว 3วัน3คืน หรือ7วัน7คืน แล้วแต่พลอยเลอะมากน้อย แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

1.1/1 เมื่อล้างสะอาดแล้ว คัดแยกพลอยแตก ออกจากพลอยสะอาด(ไม่แตก)

1.1/2 เมื่อได้พลอยก้อนสะอาดมาแล้ว ก็คัดแยกหม่าอ่อน หม่าแก่ หม่ากลาง (เฉพาะพลอยน้ำเงิน) เพื่อแยกกันไปเผา ถ้าเผารวมกัน

ทั้งสามหม่าในไฟเดียวกัน จะได้ดี 1 ส่วน เสีย 2ส่วน อย่างนี้ขาดทุนแน่ๆ ถือว่า ตาไม่ดีครับ

1.1/3 การคัดพลอยสำเร็จ พลอยสำเร็จ คือพลอยที่ขึ้นตัวเรือนได้แล้ว อาจเป็นพลอยเจียระไน หรือพลอยกลิ้งหลังเบี้ย

วิธีคัด ก็เพื่อแยกเกรด แยกราคา ตีต้นทุน +กำไร แล้วจัดลงถุงหรือตลับ เพื่อนำไปขาย

*1.2 การโกลนพลอย เมื่อเผาพลอยเสร้จแล้ว 1 ครั้ง ต้องนำมาคัดเอาพลอยที่โกลนได้ออกมาเพื่อจะโกลน ในส่วนที่เหลือก็จะนำไปเผาต่อในครั้งต่อไป

ซึ่งพลอยบางเม็ด บางเชื้อ ต้องมีการเผาหลายครั้งมาก (ถ้าตาไม่ดีก็เจ้งโบ้ง) การโกลน คือการขึ้นรูปพลอย ซึ่งเป็นหัวใจของการทำพลอยที่เดียว

ถ้าโกลนผิด ก็จะขาดทุนมาก การโกลนจึงแบ่งออกเป็นหลักใหญ่ๆ 2 ประการ 1 โกลนเป็นรูปร่าง 2โกลนเพื่อตั้งน้ำ(สี) 3โกลนเอาน้ำหนัก

1.2/0 เมื่อพลอยก้อน มีหัวเสมอกัน เนื้อหนาก้นสูงโกลนเป็นรูปไข่ ถ้าเนื้อบางก้นเตี้ยก็โกลนเป็นสี่เหลี่ยม เมื่อก้อนมีหัวโตข้างหนึ่งอาจเป็นหยดน้ำ หรือหัวใจเจาะก็ได้

เมื่อก้อนมีทรงกลม โกลนเป็นพลอยกลม เมื่อก้อนมีแหลมสองด้านตรงกลางพองโต มี2แบบอาจโกลนเป็นรูปมาคี หรือถูปลายแหลมทั้งสองด้านออกแล้วโกลนเป็นรูปไข่

1.2/1 การโกลนเพื่อตั้งน้ำ ตั้งหน้า หรือตั้งให้สีออกหน้า ให้ชัดให้สวยที่สุด (ถ้าโกลนตั้งหน้าผิดราคาจะหายไปเกินครึ่ง)

ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงน้ำหนักและความสะอาดด้วย ต้องใช้ความคิดเยอะครับ จึงจะเป็นกระบี่มือ 1 ของโรงงาน

1.2/2 การโกลนเอาน้ำหนัก จะเอาหน้ำหนักมากๆอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้พลอยอาจติดแตกมากจนเสียราคาถึงขาดทุนได้

ครั้นจะเอาสะอาดสวยอย่างเดียวก็เหลือเม็ดเล็กน้ำหนักน้อยแม้ขายได้ราคาก็ได้ตังค์น้อยอยู่ดี อาจขาดทุนเหมือนกัน …

(ในครั้งต่อไป เราจะมาพูดถึงการแต่งพลอยกันครับ โปรดติดตามอย่างกระชั้นชิด ชีวิตอาจเปลี่ยนไป “เป็นเสี่ยพลอย” ในอนาคตก็ได้ ใครจะไปรู้ 55)

กลับไปหน้าแรกคลิ๊ก…ออเรนท์ (Orange Sapph

กลับไปหน้าหลัก กด…หน้าแรก

ติดต่อเรา…https://www.facebook.com/สุทัศน์

ติดต่อเรา…https://www.facebook.com/พลอยขึ้นตัวเรือน

 

 

คนทำพลอย

#งานพลอย เป็นอะไรที่น่าศึกษา

ผมเคยเป็นคนทำงาน ประเภทต้องใช้แรงกายมาก (ผู้มีการศึกษาน้อย) มาแทบทุกอาชีพ แต่สุดท้ายก็มาจบที่

“เป็นคนทำพลอย” บางคนคิดว่า ทำพลอยคงต้องใช้เงินมหาศาล แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ อยากเป็นคนทำอาชีพนี้

มีหลายวีธี….

1 สมัครเรียน เป็นคนฝึกหัดโกลนพลอย แต่งพลอย จี้พลอย ก่อนก็ได้ จะมีผู้สอนให้ฟรี ไม่เสียค่าสมัคร ไม่มีค่าใช้จ่าย อยู่ฟรีกินฟรี ประมาณ 1 อาทิตย์ไม่ได้ค่าแรง

พออาทิตย์ที่สอง เริ่มเห็นแวว นายจ้างเขาจะเริ่มให้ค่าขนมบ้างแล้ว อาทิตย์ที่สามเริ่มเก่งขึ้น น่าจะได้ค่าแรงในอัตราขึ้นต่ำ300/วันก่อน และจะเพิ่มขึ้นให้เรื่อยๆตามความสามารถ

2 สมัครขาย เป็นคนฝึกหัดขายพลอยที่ตลาดพลอย ที่ร้านทอง ที่ร้านจิวเวอรี่ ทั้งในจันทบุรีและต่างจังหวัด นี้ต้องมีผู้ฝากมีผู้ค้ำประกัน จึงจะได้พลอยไปขาย หรือขายในเฟสบุค

(ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน) วิธีก็คือ ขอรูปภาพพลอยของเจ้าของเฟสบุคอื่นที่เขาขายอยู่แล้ว ไปนำเสนอลูกค้า เมื่อได้ลูกค้าที่สนใจพลอย ก็พูดคุยต่อรองราคากัน จนตกลงซื้อขายกันได้แล้ว

ก็เข้าสู่ขบวนการโอนเงินให้เจ้าของพลอย และส่งพลอยให้แก่ลูกค้า ส่วนค่าแรงขายพลอย ก็ตกลงกันเองกับเจ้าของพลอย ซึ่งมีรายได้ไม่ตายตัวไม่มีกฏหมายรองรับ อาจได้วันละ500-1,000

10,000บาท หรืออาจกินแห้วก็ได้  เพราะเป็นการขายแบ่งเปอร์เซ็นต์กันร้อยละ10 หรือ20ก็ว่ากันไป

3 เมื่อผ่านการเป็นคนในข้อ 1-2 นั้นแล้ว (อาจหลายปีหน่อย) มีการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้มากพอสมควร และเก็บหอมรอบริบเงินจนมีทุนบ้างนิดหน่อย (แสนสองแสนใน20ปี่แล้ว)

ก็ค่อยเข้าสู่กระบวนการ เป็นพ่อค้าแม่ขาย ตัวเล็กๆไปก่อน …..

             กลับไปหน้าแรกคลิ๊ก พลอยหลังเบี้ย (Cabochon)

 

สนใจ พลอยบางกะจะ สวย 2-3 k   กด…สวย 2-3 k

สนใจ พลอยเจียระไน สวย ราคาเริ่มต้น 400 .กด…ราคา400+

สนใจ พลอยเจียระไน สีเหลืองมะนาว แบ่งขาย.. กด. บุษน้ำทองบางกะจะ

สนใจ พลอยออเร้นท์ สวย 1-5 k  กด…แดงส้ม

สนใจ พลอยหลังเบี้ย สวย  กด…      หลังเบี้ยสวยๆ

สนใจ พลอยเจียระไน ราคาถูก แบ่งขาย…กด...บางกะจะราคาถูก

สนใจ เครื่องประดับ เพชร พลอย กด…จิวเวลรี่ (jewelry)

สนใจ พลอยหลังเบี้ย จันท์+อัฟ+ส้ม  กด..หลังเบี้ยกะจะ-อัฟ-ส้ม

สนใจ พลอยบุษราคัม สวย 4-10 k  กด…สวย 4-10 k

สนใจ จะสอบถาม รายละเอียดต่างๆ กด..https://www.facebook.com/สุทัศน์ ปฏิสงข์

กลับไปหน้าหลัก กด…หน้าแรก

ไปหน้าแรก/ เครื่องประดับ เพชร พลอย กด..จิวเวลรี่